ห้องปลูกกัญชา - วิธีสร้างห้องปลูกกัญชาอินดอร์ของคุณเอง
- 1. ข้อกำหนดหลัก
- 1. a. ป้องกันแสงรั่ว
- 1. b. กันน้ำ
- 1. c. ปิดสนิท (อุณหภูมิ ความชื้น และการไหลเวียนอากาศ)
- 2. ประเภทของการสร้างห้องปลูกต่าง ๆ
- 2. a. พื้นที่ในบ้านที่เหมาะสำหรับนำมาทำห้องปลูกได้ง่าย
- 3. ขั้นตอนการสร้างห้องปลูกอินดอร์ด้วยตัวเอง
- 3. a. เต็นท์ปลูก
- 3. b. Grow "box" (กล่องปลูก)
- 4. เป้าหมาย
- 5. ข้อควรระวังเรื่องความปลอดภัย: ไฟฟ้าและไฟไหม้
- 6. ระบบระบายอากาศ
- 6. a. พัดลมหมุนส่าย
- 6. b. พัดลมดูดอากาศ (exhaust fan)
- 6. c. ฟิลเตอร์ถ่าน
- 7. ไฟปลูก
- 7. a. ทางเลือกไฟปลูก
- 8. สรุป
หากคุณอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ เมล็ดกัญชา เป็นสิ่งผิดกฎหมาย และคุณอยากปลูกเอง ทางเลือกที่ดีที่สุดคือการมีห้องปลูกกัญชาอินดอร์ของคุณเอง ห้องปลูกกัญชาอินดอร์จะช่วยให้คุณควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และที่สำคัญที่สุดคือป้องกันแสงรั่วไหล รวมถึงลด กลิ่น อีกด้วย แม้หลายคนจะคิดว่าทำยาก แต่คุณสามารถสร้างกล่องปลูกราคาประหยัดได้หากรู้ว่าจะใช้ วัสดุ ใดและสร้างอย่างไร นี่คือไอเดียทำเต็นท์ปลูกเองง่าย ๆ เพื่อช่วยให้คุณ ประหยัดเงิน และเริ่มปลูกเองได้เร็วในปี 2026
อ่านต่อเพื่อเรียนรู้วิธีสร้างห้องปลูกกัญชาอินดอร์!
1. ข้อกำหนดหลัก
ก่อนเริ่มสร้างห้องปลูก คุณควรคำนึงถึงบางสิ่งต่อไปนี้
แม้ว่าคุณจะปลูกกัญชาที่ไหนก็ได้ แต่สิ่งที่ทำให้เต็นท์ปลูกแตกต่างจากพื้นที่ปลูกทั่วไปคือ ความสามารถในการป้องกัน แสงรั่ว ให้ ปิดสนิท เพื่อให้พัดลมระบายอากาศทำงานได้ดี และช่วยรักษาความเสถียรทั้งอุณหภูมิและความชื้น
คุณสามารถสร้างเต็นท์ปลูกที่แนบเนียน ขนาดเท่าไหร่ก็ได้ พร้อมทุกอย่างที่จำเป็น ตั้งแต่โครงสำหรับโคมไฟ พัดลมระบายอากาศและฟิลเตอร์ ตราบใดที่คุณทำตามข้อกำหนดหลัก คุณจะมีเต็นท์ปลูกที่สมบูรณ์แบบใช้งานได้แน่นอน
ห้องปลูก DIY ก็ไม่ได้ด้อยกว่าเต็นท์ปลูกจากร้านถ้าคุณใช้วัสดุดี ๆ และใจเย็นลงมือทำ และถึงจะดูเหมือนยาก แต่มันทำได้ง่ายกว่าที่คิด

ป้องกันแสงรั่ว
ห้องปลูกกัญชาต้องป้องกันแสงรั่ว 100% เพื่อไม่ให้แสงเล็ดลอดออกไปและป้องกันต้นกัญชาถูกความเครียดที่ไม่จำเป็น
เมื่อถึง ช่วงออกดอก คุณต้องให้แสง 12/12 ชั่วโมง ถ้ามีแหล่งกำเนิดแสงใกล้ห้องปลูกในเวลาที่ปิดไฟ แสงนั้นอาจรั่วเข้ามาและทำให้ต้นกัญชาเครียด กลับเข้าสู่ช่วงเจริญเติบโตอีก หรืออาจทำให้กลายเป็น ต้นกัญชากระเทย ได้
นี่คือเหตุผลว่าทำไมห้องปลูกต้อง ป้องกันแสงรั่ว 100% ซึ่งจะช่วยให้คุณใช้แสงอย่างมีประสิทธิภาพ และหลีกเลี่ยงปัญหากับต้นไม้ของคุณ
กันน้ำ
ถ้าคุณจะสร้างห้องปลูกโดยใช้ไม้อัด ควรบุด้านในด้วยวัสดุกันน้ำเช่นแผ่นพลาสติก (หรือวัสดุที่คล้ายกัน)
การทำแบบนี้จะช่วยให้ไม้แห้ง ไม่เน่า (กันเชื้อราจากห้องปลูก) และยังทำให้ทำความสะอาดง่ายขึ้นโดยไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำรั่วลงพื้น
ปิดสนิท (อุณหภูมิ ความชื้น และการไหลเวียนอากาศ)
อย่างที่รู้กัน ห้องปลูกกัญชาอินดอร์ช่วยให้เราสามารถ ควบคุม และ ปรับ อุณหภูมิ ความชื้น และความแรงของการระบายอากาศ ดังนั้นห้องปลูกจำเป็นต้องปิดสนิท
หากควบคุมอากาศในห้องไม่ได้ พัดลมดูดอากาศก็จะทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ กลิ่นกัญชาจะรั่วออก และยังเสี่ยงถูก แมลง รบกวนได้ง่ายขึ้น
ห้องปลูกที่ปิดสนิทเป็นสิ่งจำเป็นโดยเฉพาะในพื้นที่ที่ปลูกกัญชาผิดกฎหมาย ถ้ากลิ่นหรือแสงรั่วออกจากเต็นท์เพียงเล็กน้อย อาจทำให้เพื่อนบ้านแจ้งตำรวจได้ง่าย ๆ ดังนั้นควรตรวจสอบจุดนี้ทุก ๆ รอบการปลูก ซึ่งสามารถแก้ไขได้ง่ายและช่วยให้คุณไม่ปวดหัวในอนาคต
2. ประเภทของการสร้างห้องปลูกต่าง ๆ
เมื่อคุณจะสร้างห้องปลูก คุณสามารถเลือกขนาดและวัสดุได้ตามต้องการ ตราบใดที่ทำให้ป้องกันแสงรั่ว อากาศรั่ว และน้ำรั่วได้ดี

วิธีง่าย ๆ คือใช้โครง โลหะ (ไม้ หรือ พลาสติก) แล้วหุ้มด้วยแผ่นพลาสติก หรือจะสร้างแบบตู้โดยใช่ไม้อัดก็ได้
พื้นที่ในบ้านที่เหมาะสำหรับนำมาทำห้องปลูกได้ง่าย
มีหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณาเมื่อต้องเลือกตำแหน่งห้องปลูกที่เหมาะสม ความเป็นส่วนตัวและความแนบเนียน ควรอยู่ในลำดับแรกโดยเฉพาะถ้าคุณอยู่ในพื้นที่ที่การปลูกกัญชายังไม่เป็นที่ยอมรับ เลือกตำแหน่งหรือห้องที่ควบคุมสภาพแวดล้อมได้ง่าย ประโยชน์อีกประการหนึ่งของการปลูกในร่มคือการควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และ การไหลเวียนอากาศ ได้เต็มที่ เพื่อช่วยเพิ่มผลผลิต
ห้องใต้ดินหรือห้องเก็บไวน์ถือว่าเป็นจุดที่เหมาะสำหรับทำห้องปลูกเพราะพื้นที่ใต้ดินจะเย็นในฤดูร้อนและอุ่นในฤดูหนาว พื้นดินทำหน้าที่เป็นฉนวนความร้อนตามธรรมชาติ ช่วยให้ควบคุมอุณหภูมิได้ง่ายกว่าห้องใต้หลังคา จุดด้อยเพียงอย่างเดียวของใต้ดินคือต้องควบคุมความชื้นที่สูงกว่าชั้นบน แต่สามารถจัดการได้ด้วยเครื่องลดความชื้นตราบที่ความชื้นในอากาศไม่สูงเกินไป อย่าวางห้องปลูกในห้องที่เปียกหรือมีเชื้อราเด็ดขาด
การปลูกใต้ดินยังช่วย ลดกลิ่นและเสียงรบกวน ไม่ให้รั่วออกห้องปลูก แม้ว่าคุณจะใช้พัดลมดูดอากาศและฟิลเตอร์คุณภาพดี ปิดห้องแน่นหนา ก็ยังมีเสียงฮัมตลอดการปลูกอยู่ดี กลิ่นหอมในช่วงท้ายของการออกดอกอาจรั่วไหลออกมาได้ตอนทำการบำรุงรักษาต้นไม้ โรงรถก็ได้รับความนิยมในการปลูกในร่มเช่นกัน ขึ้นอยู่กับทำเลโรงรถและสภาพอากาศท้องถิ่น คุณอาจมีปัญหาในการควบคุมอุณหภูมิ แต่อุปกรณ์และการวางแผนที่ดีจะช่วยให้ชนะปัญหาได้ เรื่องความเป็นส่วนตัวถือว่าเสี่ยงมากสำหรับโรงรถ ตรวจสอบให้แน่ใจก่อนเริ่มใช้งาน
หากเริ่มปลูกขนาดเล็ก ตู้เสื้อผ้า ตู้เก็บของ หรือห้องเก็บของครัว ก็ใช้ได้ ระยะขั้นต่ำที่ต้องการสำหรับปลูกกัญชาก็ยังถกเถียง แต่หลัก ๆ ขนาดตั้งแต่ประมาณ 60x60 ซม. ขึ้นไปก็เพียงพอในการเริ่มได้ มีคู่มือและวิดีโอบน YouTube มากมายเกี่ยวกับการปลูกในตู้ ซึ่งเป็นวิธีดีที่จะลองเริ่มต้น ศึกษาให้ดีก่อนเลือกตำแหน่งห้องปลูก ถ้าวางตำแหน่งถูก จะช่วยให้ได้ดอกคุณภาพสูง ผลผลิตเยอะ และสนุกกับประสบการณ์มากขึ้น
3. ขั้นตอนการสร้างห้องปลูกอินดอร์ด้วยตัวเอง
ก่อนสร้างห้องปลูกอินดอร์ คุณจะต้องใช้วัสดุและเครื่องมือพื้นฐานบางอย่าง โดยบางอย่างอาจมีอยู่ที่บ้านแล้ว สิ่งที่ต้องใช้:
| เต็นท์ปลูก 1x1x2ม. | จำนวน | กล่องปลูก 1x1x2ม. | จำนวน |
|---|---|---|---|
| ท่อ PVC 100 ซม. | x11 | คานไม้ 100 ซม. | x10-11 |
| ท่อ PVC 200 ซม. | x8 | แผ่นไม้อัด 100x100 ซม. | x1 |
| PVC 3 ทาง | x8 | แผ่นไม้อัด 100x200 ซม. | x4 |
| ที PVC | x6 | บานพับประตู | x4 |
| แผ่นพลาสติกหรือไมลาร์ | 12ม. | แผ่นยางกันร้อน | ไม่บังคับ |
เต็นท์ปลูก
เต็นท์ปลูกถือเป็นพื้นที่ปลูก DIY ที่ดีที่สุด เพราะขึ้นกับการออกแบบ คุณสามารถ ถอดประกอบ ได้สะดวก และ ติดตั้งกลับ ได้ง่ายโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เพิ่ม
ส่วนประกอบเต็นท์ปลูก ได้แก่ ไม้ เหล็ก หรือท่อพลาสติก และแผ่นพลาสติก
ขนาดของท่อขึ้นกับความสูงและขนาดที่ต้องการสร้าง นี่คือตัวอย่างสำหรับสร้างเต็นท์ปลูกขนาด 1x1x2 เมตร
เริ่มจากตัดและประกอบท่อให้ได้โครงสร้างคล้ายนี้:

จากภาพตัวอย่างข้างบน คุณต้องใช้ ท่อ 1 ม. จำนวน 8 ท่อน ทำส่วนบน-ล่าง, ท่อ 1 ม. x 3 ท่อน สำหรับ (E) และ (F), ท่อ 2 ม. x 8 ท่อน สำหรับ (C) และ (B) หากอยากง่ายต่อการยกและประกอบ สามารถตัดท่อ 2 ม. เป็นท่อ 1 ม. x 8 ท่อน แล้วต่อด้วยข้อต่อ PVC
คุณจะต้องใช้ PVC 3 ทาง 8 ชิ้น ต่อ (A) กับ (B) และ (A) กับ (C) และที PVC 6 ชิ้น ต่อ (E), (F) กับ (A)
ถ้าจะติดไฟน้ำหนักมาก หรือมีพัดลมดูดอากาศกับฟิลเตอร์ถ่าน ควรเลือกใช้ท่อเหล็กแทนเพื่อรองรับน้ำหนัก
เมื่อได้โครงกับข้อต่อครบแล้ว ต้องวัดและตัดแผ่นพลาสติก

ควร วัด แผ่นพลาสติกกับโครงเต็นท์ก่อนตัดเสมอเพื่อไม่ต้องเสียเวลาตัดใหม่ ตรวจสอบว่าไม่มีรูรั่วเพื่อกันแสงรั่วออก หากอากาศไม่ร้อนมากในพื้นที่คุณ สามารถใช้พลาสติก 2 ชั้นเพื่อเสริมความแข็งแรง
แม้ว่าแผ่นพลาสติกจะกันน้ำได้ แต่ภายในควรบุด้วยวัสดุสะท้อนแสง เช่น แผ่นไมลาร์หรือแผ่นพลาสติกสีขาว

หมายเหตุ: คุณอาจใช้พลาสติกสีขาวแทนไมลาร์ได้ แม้สะท้อนแสงได้น้อยกว่าแต่ก็ยังใช้ได้ดีในกรณีที่หาซื้อไมลาร์ไม่ได้ง่ายนัก
Grow "box" (กล่องปลูก)
กล่องปลูก สร้างง่าย กว่า ถึงจะถอดประกอบไม่ได้ และไม้อัดอาจเน่าในอนาคตเพราะความชื้นหรือน้ำหก แต่ถ้าจะสร้างกล่องปลูกจากไม้อัดกับคานไม้ โครงสร้างจะคล้ายเต็นท์ปลูก

ใช้คานไม้ 1 ม. x 8 ท่อน ทำ (A), คาน 2 ม. x 8 ท่อน สำหรับ (B), และคานไม้ 1 ม. x 2 หรือ x 3 ท่อน สำหรับ (C) จำนวนบนแล้วแต่จะรับน้ำหนักอุปกรณ์แสง พัดลม และฟิลเตอร์ได้แค่ไหน
เมื่อขึ้นโครงแล้ว ต้องตัดไม้อัดเพื่อ ปิดด้านข้าง ของกล่องปลูก
ต้องใช้ไม้อัด 1x1ม. x 1 แผ่น และ 1x2ม. x 4 แผ่น ตรวจสอบให้แน่ใจว่าตรงเป๊ะ ไม่มี ช่องแสงรั่ว และกล่องปลูก ปิดสนิท ที่สุด
แผ่นไม้อัด 1x2ม. หนึ่งแผ่นต้องตัดครึ่งไว้สำหรับทำประตู ใช้บานพับ 4 ตัว เปิด-ปิดกล่องปลูกได้สะดวก

เคล็ดลับ: แม้ไม่บังคับแต่คุณสามารถทากาวยางกันร้อนตรงรอยต่อไม้อัดและระหว่างประตู ช่วยคุมอุณหภูมิและความชื้นได้ดีขึ้น
เพราะไม้สามารถ โดนน้ำ และ เน่า ควรหุ้มด้านในด้วยวัสดุ 2 ชั้น
4. เป้าหมาย
ผลลัพธ์ของเต็นท์ปลูกหรือกล่องปลูก DIY ควร คล้าย แบบนี้:

ซึ่งอาจมีรายละเอียดปลีกย่อยแตกต่างกันเล็กน้อย
เมื่อจัดเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ยังต้องมีอุปกรณ์อีกสองสามอย่างเพื่อให้ระบบของคุณสมบูรณ์ สิ่งที่จำเป็น ได้แก่:
- ระบบระบายอากาศ
- ฟิลเตอร์ถ่าน
- โคมไฟ
อุปกรณ์เหล่านี้ทำเองไม่ได้ (เว้นแต่จะมีความรู้ด้านอิเล็กทรอนิกส์) จึงต้องซื้อเพิ่มเติม
ไม่ว่าจะซื้อติดตั้งหรือทำเอง สิ่งสำคัญคือต้องตรวจดูว่าอุปกรณ์พวกนี้ จะไม่ทำให้ไฟฟ้าระบบลัดวงจรหรือเกินโหลด จากการใช้งานร่วมกันหลายอย่าง ต้องระมัดระวังป้องกันการเกิดไฟไหม้และอันตรายร้ายแรงอื่น ๆ
5. ข้อควรระวังเรื่องความปลอดภัย: ไฟฟ้าและไฟไหม้
เมื่อได้โครงสร้างพื้นฐานแล้ว ก็ถึงเวลาติดตั้งอุปกรณ์ที่เหลือ แต่ถ้าคุณไม่มี ความรู้ไฟฟ้า มาก หรือไม่ได้ปฏิบัติตามข้อควรระวังขั้นพื้นฐาน อาจเป็นอันตรายร้ายแรงได้ เคล็ดลับเหล่านี้ช่วยป้องกันเหตุฉุกเฉิน
ข้อแรก ต้องทราบว่าปลั๊กไฟทั้งหมดในบ้านจะอยู่ในวงจรเดียวกัน ซึ่งหมายความว่า แม้คุณจะเสียบโคมไฟกับปลั๊กหนึ่ง พัดลมกับปลั๊กอีกจุด แต่ถ้าอยู่ห้องเดียวกัน ก็น่าจะอยู่ใน วงจร เดียวกัน ซึ่งแต่ละวงจรรับโหลดได้จำกัด

อันดับแรกคุณต้องระบุวงจรที่ต้องการใช้งาน ถ้าต้องแบ่งใช้งานหลายวงจรก็ทำได้ แต่อาจต้องใช้สายพ่วง เพื่อความปลอดภัยคำนวณปริมาณโหลดที่วงจรรับได้ก่อน
การระบุวงจร
แม้จะดูเหมือนยาก แต่ดูจากตู้เบรกเกอร์จะมี ป้ายกำกับ เช่น ห้องนอนใหญ่ ห้อง #2 หรือชื่ออื่นๆ และมีแอมป์แสดงไว้ด้วย

เมื่อรู้วงจรที่ต้องใช้แล้ว ดูค่าแอมป์บนป้าย เช่น 5A, 15A, หรือ 20A และมีบอกแรงดันไฟเป็น 110V หรือ 220V (ขึ้นกับแต่ละพื้นที่)
คำนวณความจุไฟฟ้า
สมมติบนป้ายเขียนว่า 15A และ 220V ข้อมูลนี้นำไปสู่สูตร ดังนี้:
โวลท์ x แอมป์ = วัตต์สูงสุด
220V x 15A = 3300W
หลังจากคำนวณง่าย ๆ ได้ค่า 3000W หมายความว่า ถ้าโคมไฟกินไฟ 400W กับพัดลมดูดอากาศ 150W รวมเป็น 550W ซึ่งยังไม่เกิน 3000W ของวงจร น่าจะใช้งานได้ปกติ
โปรดจำไว้ว่า นี้คือวัตต์สูงสุดสำหรับทั้งวงจร ไม่ใช่เพียงเต้ารับเดียว!
6. ระบบระบายอากาศ
ขณะปลูกกัญชา ระบบระบายอากาศสำคัญมาก ห้องปลูกที่มีระบบระบายอากาศดี ช่วยควบคุม ความชื้น และ อุณหภูมิ ไม่ให้สูงเกินไป ข้อดีอื่น ๆ เช่น:
ช่วยให้การสังเคราะห์แสงดีขึ้น
ต้นกัญชาต้องการ CO2 สำหรับ กระบวนการสังเคราะห์แสง ซึ่งสำคัญต่อการเจริญเติบโต ต้นพืชจะดูดน้ำกับ CO2 แล้วนำไปเปลี่ยนเป็นน้ำตาลจากพลังแสง ว่าง่าย ๆ ventilation ดีคือ “เติม” CO2 ให้ห้องปลูก ช่วยให้กระบวนการนี้ทำงานเต็มที่

ลดความร้อน
นอกจากใช้แอร์ให้ห้องเย็นแล้ว การระบายอากาศเป็นวิธีเดียวที่ช่วย ลดอุณหภูมิ ได้ คนปลูกที่ใช้ไฟ LED มักไม่มีปัญหาอุณหภูมิ แต่ถ้าใช้ไฟ HPS ต้องมี ventilation แน่นอน
คุมความชื้น
การระบายอากาศช่วยให้อุณหภูมิ ความชื้นเหมาะสม ซึ่งตลอด ช่วงออกดอก มีความสำคัญมาก การระบายอากาศช่วยไล่ความชื้นส่วนเกินจากน้ำในดินและจากการคายน้ำของต้นไม้
ป้องกันเชื้อราและแมลง
ข้อดีอีกอย่างคือ ช่วยป้องกัน เชื้อรา และ แมลง เพราะศัตรูพืชส่วนใหญ่ชอบความร้อนและชื้น ดังนั้นถ้าคุมอุณหภูมิและความชื้นดี โอกาสแมลงบุกก็น้อยมาก
พัดลมหมุนส่าย
พัดลมสำหรับห้องปลูกวางไว้ในห้องเพื่อสร้าง การไหลเวียนของอากาศ เหนือยอดไม้ ช่วยให้ต้นเย็นลง และพัดแกว่งยอดไม้ไปมา ส่งผลให้กิ่งแข็งแรงรองรับดอกขนาดใหญ่ตอน ออกดอก

แต่ระวังพัดลมแรงเกินไป ปรับกำลังลมให้เหมาะสมไม่ให้ต้นกัญชาเครียดหรือเสียหาย
พัดลมดูดอากาศ (Exhaust fan)
พัดลมดูดอากาศมักติดบนส่วนบนของห้องปลูกและต่อท่อกับฟิลเตอร์ถ่าน
ช่วยสร้างการ ถ่ายเทอากาศ ที่ดี จำเป็นต่อการปลูกเพราะอากาศใหม่จะนำ CO2 เข้าห้องปลูก ให้ออกซิเจนถูกขับออก
ถ้าระบบระบายอากาศดี พร้อมพัดลมขนาดเหมาะสม จะช่วยให้ ลำต้นแข็งแรง รองรับดอกหนักช่วง ออกดอก
ฟิลเตอร์ถ่าน
ฟิลเตอร์ถ่านต่อกับพัดลมดูดอากาศ (บางครั้งใช้ท่อดูดอากาศเชื่อม) ทำหน้าที่ กำจัดกลิ่น กัญชารุนแรงก่อนปล่อยอากาศออกนอกห้อง ฟิลเตอร์ถ่านจำเป็นมากหากคุณปลูกกัญชาอินดอร์ในพื้นที่ผิดกฎหมาย ช่วยหลีกเลี่ยงปัญหากับเพื่อนบ้านและตำรวจ

จำไว้ว่าขณะทำห้องปลูกเองคุณ ต้อง เจาะรูสำหรับท่อดูดอากาศเข้าออกด้วย
7. ไฟปลูก
แสงคือหัวใจหลักของการปลูกต้นไม้ทุกชนิดรวมถึงกัญชา ขึ้นกับไฟที่จะใช้ คุณอาจต้องปรับโครงสร้างให้สามารถ ปรับระดับความสูง ของโคมไฟ

ไฟบางตัว หนัก มากกว่าปกติ หรือบางคนอาจใช้โคมไฟมากกว่า 1 ดวง อย่าลืม ทดสอบโครงสร้าง ที่ประกอบมาแล้วพร้อมพัดลมดูดอากาศ ฟิลเตอร์ถ่าน และไฟ (ถ้าจำเป็นเสริมโครงเพิ่ม) เพื่อป้องกันความเสียหายหากอุปกรณ์หนักหล่นใส่ต้นไม้
ทางเลือกไฟปลูก
ประเภทไฟที่เลือกใช้ขึ้นกับลักษณะห้องปลูก ถ้าจะปลูกต้นอ่อนหรือตัดชำก็ไม่จำเป็นต้องใช้ไฟแรงเหมือนปลูกช่วงออกดอก ไฟปลูกมีให้เลือกหลากหลายมากจนมือใหม่อาจสับสน โดยไฟถือเป็นรายการลงทุนหลักสุดในการสร้างห้องปลูก มาดูแต่ละตัวเลือกว่าตัวไหนเหมาะกับสถานการณ์ใด
LED Panels
ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ไฟปลูก LED ขึ้นแท่นยอดนิยม เหตุผลคือ LED ให้ความร้อนต่ำกว่า HID ไม่ต้องระบายอากาศเพิ่มเพื่อลดความร้อน ข้อดีคือควบคุมความร้อนได้ดีกว่า ติดตั้งเข้าใกล้ต้นไม้มากขึ้น อายุการใช้งานยาวนานกว่า บางรุ่นสามารถแขวนได้ทุกแนว น้ำหนักเบากว่า HID นอกจากนี้ยังติดผนังรอบห้องเพื่อเพิ่มแสงทะลุยอดไม้ และกินไฟน้อยกว่ามาก

ประหยัดทั้งเงินในกระเป๋าและดีต่อโลก เทรนด์ LED ราคาถูกลงเรื่อย ๆ และคาดว่าจะลงต่อไป เมื่อคิดค่าน้ำไฟต่ำกว่าอุปกรณ์เก่า ไม่ต้องลงทุนกับระบบระบายอากาศเพิ่ม อายุการใช้งานยาวนาน สุดท้ายคุ้มค่ามากในระยะยาว ถ้าเลือกได้ให้ซื้อ LED สำหรับเต็นท์ปลูกทุกรูปแบบ ปลูกช่วงไหนก็ใช้ LED คุ้ม แต่จงระวัง LED ปลอมราคาถูก ควรศึกษาและซื้อจากแบรนด์ที่เชื่อถือได้ เช่น California Lightworks, Samsung, Mars Hydro, HLG Quantum Board, หรือ Spider Farmer ก็มีตัวประหยัดที่ดี
HID: หลอด HPS กับ MH
หลอดไฟ High-Intensity Discharge ใช้กันมานาน เคยเป็นมาตรฐานปลูกกัญชาในร่มก่อนยุค LED แม้ว่าสมัยนี้คนเปลี่ยนไปใช้ LED กันเยอะกว่า แต่ HID ยังได้รับความนิยมในกลุ่มปลูกขนาดใหญ่
HID มีสองประเภท ได้แก่ หลอดเมทัลฮาไลด์ (MH) และซูโดเมียมความดันสูง (HPS) MH ให้แสงเฉดฟ้า เหมาะกับช่วงเวจ ส่วน HPS ให้แสงแดง เหมาะสำหรับ ออกดอก หลายคนจึงใช้หลอดทั้งสองแบบ หมุนเวียนช่วงปลูก ปัจจุบันมีหลอดสเปคตรัมกว้างใช้ได้ทั้งรอบชีวิต แต่คุณภาพอาจด้อยกว่าระบบสองหลอด

HID มีพลังสูง เหมาะกับพื้นที่ปลูกขนาดใหญ่ ราคาถูกกว่า LED มาก แต่อุปสรรคเยอะ เช่น ร้อนจัดต้องระบายอากาศเสริม เปราะบางตกแตกง่าย และอายุการใช้งานสั้นกว่ามาก (โดยเฉลี่ย 10,000 ชม.) จึงต้องเปลี่ยนใหม่บ่อยและเปลืองเงินในระยะยาว
ควรซื้อ HID ดีไหม? สำหรับมือใหม่หรือพื้นที่เล็ก LED จะตอบโจทย์สุด แต่ HID ก็ยังใช้งานได้ดีในบางกรณี โดยเฉพาะช่วงเวจหรือออกดอก แต่ร้อนจัดไปสำหรับเต็นท์เล็ก
ไฟฟลูออเรสเซนต์ (CFL)
ไฟฟลูออเรสเซนต์นิยมในกลุ่มงบน้อยหรือปลูกพื้นที่เล็ก เพราะราคาถูก ประหยัดไฟ และร้อนน้อยกว่าหลอด HID อายุเฉลี่ยราว 15,000 ชม. แต่ข้อเสียคือพลังงานน้อยกว่า LED/HID ใช้ในพื้นที่ใหญ่ไม่ได้และทะลุยอดได้ไม่ลึก ต้องใช้หลายหลอดในพื้นที่เท่ากัน
อย่างไรก็ดี ไฟ CFL คุณภาพดีเหมาะสำหรับต้นกล้า การตัดชำ หรือระยะเวจขนาดเล็ก ใช้เพิ่มเวลาแสงในเต็นท์ปลูก หรือOutdoor กรณีต้องยืดเวลาแสงปรับจากเวจสู่การออกดอก สรุปได้ว่าทางเลือกแต่ละแบบมีจุดเด่นจุดด้อยต่างกัน ศึกษาเลือกให้เหมาะกับงบและจุดประสงค์
8. สรุป
ถ้าอยากเริ่มปลูกกัญชาเอง ไม่จำเป็นต้องใช้เงินมาก แม้ต้องลงทุนกับระบบระบายอากาศและไฟปลูก คุณก็สามารถสร้างห้องปลูกอินดอร์เองได้โดยง่าย
เมื่อสร้างห้องปลูกกัญชาอินดอร์เอง อย่าลืมใส่ใจความแข็งแรงและเสถียรของโครงสร้าง รวมถึงความสามารถรองรับอุปกรณ์ต่างๆ เท่านี้คุณก็จะได้ห้องปลูกสมบูรณ์ใช้งานได้โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อเต็นท์ปลูกแพงๆ จากร้าน
คำถามที่พบบ่อย
ขนาดพื้นที่ที่ต้องใช้ขึ้นอยู่กับจำนวนต้นและอุปกรณ์ที่จะติดตั้ง หากเป็นห้องปลูกขนาดเล็กในร่ม อาจใช้แค่ตู้เสื้อผ้า (60x60ซม.) ส่วนการติดตั้งแบบใหญ่ต้องใช้พื้นที่เฉพาะ +100x100ซม.
งบประมาณขึ้นอยู่กับขนาด คุณภาพอุปกรณ์ และระบบควบคุมสภาพแวดล้อม ชุดพื้นฐานอาจใช้เงินเพียง $100-150 แต่ถ้าทำใหญ่ใส่ไฟ LED ระบบระบายอากาศ และควบคุมอัตโนมัติอาจต้องใช้งบหลักพันหรือมากกว่า อย่าลืมนับค่าน้ำไฟและค่าบำรุงรักษาต่อเนื่องด้วย
การถ่ายเทอากาศช่วยรักษาคุณภาพอากาศด้านใน ลดความร้อนสะสม และป้องกันความชื้นสูงที่อาจทำให้เกิดเชื้อราภายในห้องปลูก ระบบระบายอากาศที่ดี ยังช่วยปกป้องอุปกรณ์ไฟฟ้าจากความชื้นสูงและร้อนเกินไป
ฟิลเตอร์ถ่าน (carbon filter) นิยมใช้คู่กับระบบระบายอากาศเพื่อลดกลิ่นรุนแรงจากการปลูกกัญชาในห้อง ป้องกันกลิ่นรั่วได้ด้วยการใช้ท่อปิดสนิท ดูแลฟิลเตอร์เสมอ และใช้พัดลมดูดอากาศที่เหมาะสม
ผนังควรแข็งแรง กันน้ำเช็ดล้างง่าย และควรใช้วัสดุสะท้อนแสงเช่นฟิล์มสะท้อนแสง หรือทาสีขาว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพแสงภายใน ควรเลือกวัสดุที่ทนไฟและไม่ขวางทางเดินสายไฟกับระบบระบายอากาศ
เต็นท์ปลูกคือโครงสร้างสำเร็จรูปแบบเคลื่อนย้ายสะดวก มักติดตั้งและถอดง่าย ส่วนห้องปลูกคือพื้นที่เฉพาะปรับแต่งเพื่อปลูกพืช เต็นท์ปลูกเหมาะกับการเริ่มต้น เคลื่อนย้ายง่าย ในขณะที่ห้องปลูกปรับแต่งได้มากขึ้น รับอุปกรณ์ใหญ่และควบคุมสภาพแวดล้อมได้ดีกว่า
ควบคุมความชื้นไม่ให้สูง ตรวจสอบการระบายอากาศอย่างสม่ำเสมอ หมั่นเช็ดทำความสะอาด ตรวจสอบจุดรั่วน้ำหรือพื้นที่ชื้นสะสม ดูความชื้นที่ผนัง ฝ้า หรือท่อระบายอากาศ ควรดูแลและ monitors ค่า RH เป็นประจำเพื่อป้องกันการเกิดเชื้อราหรือความชื้นเกิน
ได้ ปัจจุบันมีระบบคอนโทรลสภาพแวดล้อมอัตโนมัติ เช่น ควบคุมไฟ พัดลม อุณหภูมิและความชื้นด้วย smart sensor และซอฟต์แวร์ตรวจสอบ สั่งงานด้วยตัวเองหรือรับแจ้งเตือนเมื่อมีปัญหาเกินค่าที่กำหนดไว้
เลือกไฟ LED ประหยัดพลังงาน บุห้องให้ดี ใช้พัดลมและระบบระบายอากาศที่กินไฟน้อย ตรวจเช็คกำลังไฟ คุมการทำงานด้วยตัวควบคุมอัตโนมัติ ดูแลอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งานตลอดเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
สภาพแวดล้อมขึ้นกับช่วงอายุของพืช เช่น ต้นกล้า: 23-29°C และ RH 75-85% ระยะเจริญเติบโต: 21-29°C และ RH 70-80% ก่อนออกดอก: 21-26°C และ RH 55-65% ช่วงออกดอก: 15-14°C และ RH 30-50%
ความคิดเห็น